บ่นไปเรื่อย : Lazada vs Shopee

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาด eCommerce เติบโตอย่างมหาศาล มีเว็บ eCommerce เกิดใหม่ และล้มหายตายจากไปก็เยอะอยู่ เพราะค่อนข้างแข็งขันกันดุเดือดจริง ๆ แต่ก็คงปฎิเสธไม่ได้ว่า ยักษ์ใหญ่ 2 เจ้าที่กำลังชิงตลาดกันอยู่ ก็ไม่พ้น Lazada และ Shopee

บทความบ่นไปเรื่อยนี้ เพียงแค่ต้องการบ่นเรื่องราวจากความคิดของผู้เขียนเท่านั้นครับ หวังว่าผู้อ่านอาจจะได้อะไรไป ไม่มากก็น้อยแหละครับ

ปัญหาที่ผู้ใช้งานเจอระหว่างการใช้งาน

ค่อนข้างเสียงแตกเลยทีเดียว บางคนชอบ Lazada บางคนชอบ Shopee

ส่วนใหญ่คนที่ไม่ใช้บริการเจ้าใดเจ้าหนึ่งเลย มักจะมาจากการเจอประสบการณ์ที่แย่ของแอปนั้น ๆ อย่างผู้เขียนเคยเจอประสบการณ์แย่ ๆ จากแอป Lazada บ่อยครั้ง ในการซื้อมือถือ ที่จำได้ไม่ลืมเลือน คือ ซื้อ Galaxy S9 และรอของเป็นเดือน ไม่มาส่งสักที สุดท้ายออเดอร์ถูกยกเลิกอัตโนมัติ แต่ทางฝั่ง Shopee ยังไม่เคยเจอปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น

ในขณะที่เพื่อนของผู้เขียน กลับไม่เจอปัญหากับ Lazada และไปเจอทางฝั่งของ Shopee แทน

ถ้าพูดแบบเป็นกลาง คือ ยังคงมีปัญหาทั้ง 2 เจ้า แต่เจ้าไหนล่ะ ที่แก้ไขปัญหาลูกค้าได้ดีกว่า

คำตอบคือ ห่วยทั้งคู่ Call Center มีก็เหมือนไม่มี เจ้าหน้าที่ตอบตาม Script ที่วางเอาไว้ ปัญหาก็คือ ไม่มีเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจในการตัดสินใจตอบลูกค้าได้อย่างทันที ทำให้ลูกค้าต้องรอแล้วรออีก จนระบบอัตโนมัติทำงาน (ระบบอัตโนมัติในที่นี้หมายถึง เมื่อไม่มีการรับสินค้าภายในเวลาที่กำหนด ออเดอร์จะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ และจะทำการคืนเงินให้)

ดังนั้นซื้อของออนไลน์ ควรจะซื้อของที่เราคุ้นเคย และคาดว่าจะไม่มีปัญหา เลือกซื้อจากร้านที่ไว้ใจได้นะครับ

เจ้าไหนจะอยู่ เจ้าไหนจะไป

ตอนนี้ผมยังคงมองว่า ค่อนข้างสูสี เนื่องจากไม่มีใครที่ทำได้ดีกว่ามากมายนัก แต่ในด้านการมองว่าลูกค้า คือพระเจ้า ทาง Lazada กินขาด

Shopee จะมีระบบในการ Ban User อัตโนมัติ เมื่อใช้ส่วนลด หรือสิทธิพิเศษและทำให้ Shopee เสียผลประโยชน์ และค่อนข้างยาก ที่จะทำการกู้บัญชีกลับมา (ง่ายๆคือ ไม่สนไม่แคร์ลูกค้าเลย) อย่างล่าสุด กลุ่มผู้ซื้อทองเก็งกำไรจากโปรบัตรเครดิต โดน Shopee แบนยกก๊วนเลยครับ

ในขณะฝั่งที่ Lazada ค่อนข้างแคร์ลูกค้ามากกว่า ส่วนตัวผมเอง ช่วงที่ไม่พอใจออเดอร์ Samsung Galaxy S9 ที่ไม่มาส่งสักที ก็ได้ทำการกลั่นแกล้งระบบโดยการซื้อ และยกเลิกออเดอร์รัว ๆ เพื่อให้พนักงานสนใจที่จะแก้ปัญหาให้ (แต่พนักงาน ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้เหมือนเดิม) รวมถึงการสั่ง S9 แบบเก็บเงินปลายทาง แต่ไม่รับสินค้า (ตอนนั้นใช้เวลาราว ๆ 2 เดือน กว่า S9 ที่เก็บเงินปลายทางจะมาส่ง แต่ทั้งนี้ ก็มิได้โดนแบนจาก Lazada แต่อย่างใด

ถ้า Shopee และ Lazada เล่นตลาดเดียวกัน ราคาของพอ ๆ กัน ตอบได้เลยว่า Shopee คงสู้ Lazada ไม่ไหว แต่ปัจจุบัน ผมคาดการณ์ว่ากลุ่มลูกค้าเป็นคนละตลาดกัน โดย Shopee เน้นไปทางของราคาถูก เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ หรืออะไรที่ราคาไม่ถึงพัน ส่วน Lazada จะเน้นไปทางของแพงๆ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคต่าง ๆ จะราคาถูกฝั่งกว่า Shopee

ด้วยความที่ยังไม่ได้แข่งขันกัน 100% แต่แนวคิดของเว็บที่แตกต่างกัน ผมมองว่า Lazada เน้น B2C และ Shopee เน้น C2C / B2C และ user ทั่วไป มักใช้งานทั้ง 2 แอปอยู่แล้ว ทั้ง 2 เจ้ายังมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน และมีจุดอ่อนเหมือน ๆ กัน คงแข่งขันกันขาดทุนอีกยาวนาน จนกว่าใครจะมีไม้เด็ดออกมาปราบอีกฝ่าย แต่ถ้าดูจากปัจจุบัน ก็เหมือน Shopee จะเพลี่ยงพล้ำให้กับ Lazada จากการจำกัดโค้ดส่งฟรีเหมือนกัน

Posted in IT by @cleverham.

2 Comments

  1. รวมถึงการสั่ง S9 แบบเก็บเงินปลายทาง แต่ไม่รับสินค้า ระบบไม่เดือดร้อน แต่คนขายเดือดร้อนครับ

    • เรียนอย่างนี้นะครับ ผมสั่งของทุกชิ้น ไม่เคยไม่รับสินค้า เพราะใช้บัตรเครดิตจ่ายทุกครั้ง แต่ที่ผมโดนกระทำก็คือ จ่ายเงิน แล้วนำเงินไปดองไว้เป็นเดือน ของไม่นำส่ง ติดต่อ Call Center เป็นสิบๆครั้ง ไม่ได้รับการแก้ปัญหา แต่ผมทดลองสั่ง S9 แบบเก็บเงินปลายทาง แล้วกดยกเลิกทันที กลับมีเจ้าหน้าที่ Callcenter ติดต่อกลับมาทันที แล้วผมก็พูดคุยถึงปัญหาที่ผมได้เจอ แต่ก็หายไปไม่แก้ไขปัญหาให้สักคน

      ทีนี้ไอเครื่อง S9 เก็บเงินปลายทาง ที่ผมไม่รับสินค้า Lazada ใช้เวลา 2 เดือน ในการจัดส่งสินค้ามาให้ผม ผมยอมรับครับ ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ดี ที่สั่งของแล้วไม่รับสินค้า แต่ผมว่าเวลา 2 เดือน มันเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมสามารถยกเลิกสินค้าได้ เนื่องจากใช้เวลาที่นานเกินไป จนตกรุ่นไปแล้ว

      และในขณะเดียวกัน การที่ Lazada ดองเงินผมกว่า 1 เดือน ผมก็เดือดร้อนเช่นเดียวกัน ต้องมาติดตามตลอด แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข

      ปล. คนขาย คือ Lazada เองครับ

ส่งความเห็นที่ กกกกกก ยกเลิกการตอบ

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *